เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เครือข่ายลูกจ้างทำงานบ้านเชียงใหม่ ร่วมกับมูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ (MAP Foundation) และตัวแทนนักวิชาการ จัดเวทีเสวนาออนไลน์ติดตามความคืบหน้าการผลักดันสิทธิประโยชน์ของกลุ่มลูกจ้างทำงานบ้านที่นายจ้างไม่ได้ประกอบธุรกิจร่วมด้วย โดยเฉพาะสิทธิในการเข้าสู่ระบบประกันสังคมมาตรา 33 และกองทุนเงินทดแทนที่ยังเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายมาอย่างยาวนาน

เผยอุปสรรคทางกฎหมายที่ "ล็อก" สิทธิลูกจ้างทำงานบ้าน

ผศ.ทรงพันธุ์ ตัณตระกูล คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะมีการประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2567) ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อเพิ่มการคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้านในหลายด้าน เช่น ค่าจ้างขั้นต่ำ และวันหยุด แต่ในส่วนของ "สิทธิประกันสังคม" ยังคงถูกกีดกันด้วยข้อกฎหมายระดับพระราชกฤษฎีกาปี 2560 ที่ยกเว้นไม่บังคับใช้กับลูกจ้างที่ทำงานบ้านอันมิได้ประกอบธุรกิจร่วมอยู่ด้วย

นอกจากนี้ ในส่วนของ กองทุนเงินทดแทน ก็มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน เนื่องจาก พ.ร.บ. เงินทดแทน นิยามคำว่าลูกจ้างโดยยกเว้นกลุ่มที่ทำงานบ้านที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจของนายจ้าง ส่งผลให้เมื่อลูกจ้างเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน เช่น ตกบันไดหรือบาดเจ็บในบ้าน นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินสมทบและลูกจ้างไม่ได้รับสิทธิเยียวยาจากกองทุน ทำให้ต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลเองหรือตกงานทันที

ชี้ "กฎกระทรวง ฉบับที่ 15" ยังมีปัญหาและล้าหลังกว่ากฎหมายแม่

ในที่ประชุมได้สะท้อนปัญหาสำคัญของกฎกระทรวง ฉบับที่ 15 ที่ระบุสิทธิ ลาคลอดบุตรไว้เพียง 98 วัน ซึ่งเป็นการล้อตามกฎหมายเดิม ทั้งที่ปัจจุบันกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหญ่ได้ขยายสิทธิลาคลอดเป็น 120 วัน แล้ว, ความลักลั่นนี้ทำให้เกิดข้อเสนอจากตัวแทนแรงงานว่า ควรยกเลิกกฎกระทรวงฉบับนี้ แล้วหันไปใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้ครอบคลุมแรงงานทุกอาชีพอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อลดความสับสนและเพิ่มมาตรฐานคุณภาพชีวิต

ข้อเสนอ "One-Stop Service" และการล้างระบบนายหน้า

ตัวแทนลูกจ้างและนักวิชาการได้ร่วมกันเสนอแนวทางการปฏิรูประบบจดทะเบียนแรงงาน ดังนี้:

  • ระบบจดทะเบียนออนไลน์ที่ใช้งานได้จริง: ปัจจุบันระบบออนไลน์ของภาครัฐมีปัญหามาก ลูกจ้างจ่ายเงินแล้วแต่ชื่อไม่ขึ้นในระบบ หรือขั้นตอนพิจารณาล่าช้าข้ามปี
  • One-Stop Service: เสนอให้มีการบูรณาการระหว่าง กรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม ให้จดทะเบียนและจ่ายเงินสมทบจบในที่เดียว
  • สัญญาจ้างอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นธรรม: เพื่อลดปัญหาการถูกนายจ้างยึดบัตรหรือเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม และเป็นหลักฐานในการเข้าสู่ระบบประกันสังคม
  • ตัดวงจรนายหน้า (Agent): เสนอให้รัฐจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านภาษาและจดทะเบียนโดยตรง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาทที่ลูกจ้างต้องจ่ายให้บริษัทนายหน้า

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือและกลุ่มแม่บ้านเชียงใหม่ เตรียมรวบรวมข้อเสนอเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคณะทำงานขยายความคุ้มครองประกันสังคมที่ยังหยุดชะงัก, รวมถึงการผลักดันให้ประเทศไทยลงนามใน อนุสัญญา ILO ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน เพื่อยกระดับสิทธิแรงงานไทยให้เท่าทันมาตรฐานสากล,

ทั้งนี้ กลุ่มแม่บ้านเชียงใหม่จะจัดกิจกรรมเนื่องใน วันลูกจ้างทำงานบ้านสากล (International Domestic Workers Day) ในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ เพื่อรณรงค์และรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากเพื่อนร่วมอาชีพต่อไป