เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ (MAP Foundation) ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคีเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนกว่า 20 องค์กร  ในการจัดงานฉลองวันสตรีสากลประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “GIVE TO GAIN” ณ บริเวณอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยมีกิจกรรมไฮไลต์คือ ขบวนพาเหรดรณรงค์เพื่อความเสมอภาค (Join the Equality Parade March) ซึ่งมีผู้เข้าร่วมหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้หญิงแรงงาน แรงงานข้ามชาติ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ผู้พิการ และคนทำงานภาคประชาสังคม  นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการและบูธกิจกรรมจากองค์กรเครือข่าย การแสดงเพื่อความหลากหลาย และเวทีเสวนาสร้างแรงบันดาลใจจากผู้หญิงและกลุ่มคนหลากมิติที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเอง

โดยบูธของแมพ มีทีมงานจาก โครงการสื่อมัลติมีเดียแมพ (MMM) และ โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านสุขภาพในชุมชน (CHE) ได้เชิญชวนผู้เข้าร่วมงานมาร่วมสนุกกับเกมและกิจกรรมเชิงโต้ตอบต่าง ๆ นอกจากนี้ ทีมงานยังได้แจกสื่อการเรียนรู้ ทั้งในรูปแบบหนังสือและใบปลิวเกี่ยวกับสิทธิแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย รวมถึงข้อมูลด้านสุขภาพชุมชน ซึ่งจัดทำเป็นภาษาไทใหญ่และภาษาพม่า เพื่อช่วยให้ชุมชนแรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญได้ง่ายยิ่งขึ้น

บูธของแมพได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากผู้เข้าร่วมงาน โดยผู้เข้าชมหลายท่านแบ่งปันว่าพวกเขาคุ้นเคยกับ สถานีวิทยุแมพ (MAP Radio) และติดตามฟังรายการเป็นประจำ ซึ่งช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิแรงงานข้ามชาติ และให้ข้อมูลด้านสุขภาพชุมชนที่สำคัญในประเทศไทย

มากกว่าการเฉลิมฉลอง คือการยืนหยัดเพื่อการเปลี่ยนแปลง ในโอกาสนี้ เครือข่ายภาคประชาสังคมฯ ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์วันสตรีสากล เพื่อสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ผู้หญิงและกลุ่มเปราะบางยังคงเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการกีดกันทางเพศ การเลือกปฏิบัติ และความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ พร้อมทั้งเสนอข้อเรียกร้อง 8 ประการต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้:

  1. ปฏิรูปกฎหมายและนโยบาย: ผลักดันความเสมอภาคทางเพศตามพันธกรณีระหว่างประเทศ (CEDAW)
  2. รับรองสิทธิพนักงานบริการ: ยกเลิกความผิดทางอาญาและคุ้มครองในฐานะแรงงาน
  3. รัฐสวัสดิการที่เท่าเทียม: เรียกร้องสวัสดิการผ้าอนามัยฟรีทั่วประเทศ การลาหยุดช่วงมีประจำเดือนโดยได้รับค่าจ้าง และศูนย์เลี้ยงดูเด็กในสถานประกอบการ
  4. คุ้มครองแรงงานข้ามชาติ: ให้เข้าถึงบริการภาครัฐ ระบบสุขภาพ และกระบวนการยุติธรรมอย่างปลอดภัย
  5. เพศศึกษาและอนามัยเจริญพันธุ์: สนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพทางเพศที่เป็นมิตร ไม่ตีตรา และพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชน LGBTQ+
  6. เสริมศักยภาพความเป็นผู้นำ: สนับสนุนให้ผู้หญิงมีบทบาทในการตัดสินใจและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาสังคมทุกระดับ
  7. บทบาทสื่อมวลชน: ยุติการผลิตซ้ำภาพเหมารวมและการตีตราบนฐานของเพศสภาพ
  8. เสริมสร้างภาคประชาสังคม: สนับสนุนให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและผลักดันนโยบายสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง

เครือข่ายฯ ยืนยันว่าวันสตรีสากลไม่ใช่เพียงวันแห่งการฉลองความสำเร็จในอดีตเท่านั้น แต่เป็นวันที่ผู้คนทุกเพศและทุกวัยจะยืนหยัดร่วมกันเพื่อเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และความเป็นธรรมที่แท้จริง เพื่อสร้างสังคมที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะตัวตนหรือเพศสภาพ