ข้อเรียกร้องเนื่องในวันแรงงานข้ามชาติสากล 2016

เขียนโดย Super User on . Posted in กิจกรรม

ข้อเรียกร้องเนื่องในวันแรงงานข้ามชาติสากล 2016

เนื่องด้วยในวันที่ 18 ธันวาคม ของทุกปี ถือเป็นวัน “วันแรงงานข้ามชาติสากล” (International Migrant Day) เป็นวันที่องค์การสหประชาชาติได้จัดทำอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติและครอบครัว ค.ศ. 1990  เพื่อให้แรงงานข้ามชาติในประเทศต่างๆ ได้รับการคุ้มครองสิทธิทั้งสิทธิมนุษยชนและสิทธิเป็นแรงงาน ด้วยหลักการที่จะให้ทุกประเทศและทุกฝ่ายตระหนักถึงสิทธิของแรงงานข้ามชาติที่ต้องอพยพจากประเทศต้นทางไปทำงานยังประเทศปลายทางให้ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมจากรัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติด้วยความแตกต่างเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว และเพศสภาพใด ๆ 

 

ในโอกาสนี้ เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วย องค์กรที่ทำงานด้านส่งเสริมสิทธิด้านแรงงาน กว่า 15 องค์กร นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่และตัวแทนคนงานในพื้นที่ ได้ประเมินและพิจารณาถึงสถานการณ์ด้านแรงงานข้ามชาติภายในพื้นที่ภาคเหนือและพบว่ายังมีปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานและการเข้าถึงสิทธิตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด เช่น แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เวลาทำงาน วันทำงาน วันหยุด วันลา ต่าง ๆ  การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด และมีปัญหาด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน การเข้าไม่ถึงระบบประกันสังคมเนื่องจากนายจ้างไม่ได้นำลูกจ้างขึ้นทะเบียนประกันสังคม และบางส่วนมีปัญหาการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ เช่น กรณีรับเงินชราภาพที่ยังไม่มีมาตรการชัดเจนในการรับสิทธิ นอกจากนี้ยังพบว่าแรงงานข้ามชาติถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการเดินทาง และถูกเรียกรับผลประโยชน์

                จากการประชุมเพื่อระดมปัญหาและข้อเสนอของกลุ่มคนทำงานและเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ กว่า 200 คน จึงมีข้อเรียกร้องมายังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กระทรวงมหาดไทย รัฐบาลประเทศไทย และรัฐบาลสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ดังนี้

ข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

  1. ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งให้ศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวจังหวัดเชียงใหม่ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาของแรงงานข้ามชาติอย่างมีส่วนร่วมและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากแรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิต่างๆ ที่ควรได้รับตามกฎหมายแรงงานกำหนด เช่นการไม่ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เวลาทำงาน วันทำงาน วันหยุด วันลาต่าง ๆ  การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด  และอื่นๆ พร้อมทั้งให้รายงานผลการดำเนินการต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ทุกสามเดือน  และการดำเนินคดีการละเมิดสิทธิแรงงาน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยมุ่งคุ้มครองสิทธิแรงงาน โดยไม่คำนึงถึงสถานะการเข้าเมืองของแรงงาน
  2. ขอให้กระทรวงมหาดไทยแก้ไขกฎระเบียบในการเดินทางของแรงงานข้ามชาติ รวมถึงกลุ่มผู้ไม่มีสถานะ ทางทะเบียน กลุ่มบุคคลบนพื้นที่สูง ให้มีเสรีภาพในการเดินทางเช่นเดียวกับแรงงานสัญชาติอื่น
  3. ขอให้รัฐบาลไทยมีนโยบายเปิดการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติรอบใหม่โดยเร็ว เพื่อให้แรงงานข้ามชาติที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนได้ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง โดยการจดทะเบียนแรงงานและการออกใบอนุญาตทำงานให้กำหนดช่วงระยะเวลาการดำเนินการไม่น้อยกว่า 4 เดือน รวมถึงลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาการจดทะเบียนต้องใช้เอกสารจำนวนมากและมีหลายขั้นตอน เสียค่าใช้จ่ายสูง
  4. ขอให้รัฐบาลไทยรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 สิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง และอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน
  5. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้พนักงานบริการ ผู้รับใช้ในบ้าน แรงงานนอกระบบ แรงงานในภาคเกษตรที่ไม่มีการจ้างงานกันตลอดทั้งปี เป็นอาชีพที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทุกฉบับ
  6. ขอให้รัฐบาลไทยแก้ไขพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ให้แรงงานข้ามชาติทำงานได้ทุกอาชีพตามความสามารถของตน และให้แรงงานข้ามชาติสามารถบอกเลิกสัญญาจ้างงานได้ตามระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด โดยไม่ต้องให้นายจ้างเดิมมาแจ้งออก และขยายระยะเวลาในการหานายจ้างใหม่เป็นเวลา 30 วัน รวมถึงขยายอายุของแรงงานข้ามชาติให้สามารถทำงานได้ถึงอายุ 60 ปี
  7. ขอให้รัฐบาลไทยเร่งออกกฎกระทรวงที่กำหนดให้แรงงานทุกอาชีพเข้าสู่ระบบประกันสังคมเพื่อให้แรงงานทุกคนทุกอาชีพเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และแก้ไขกฎหมายประกันสังคม ในกองทุนชราภาพ ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกที่จะรับเป็นบำเหน็จชราภาพ หรือ บำนาญชราภาพได้ โดยไม่กำหนดอายุของผู้ประกันตน
  8. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงสิทธิการพัฒนาฝีมือแรงงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีสิทธิได้รับประกาศนียบัตร และนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง
    1. ขอให้ทูตแรงงานสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย เข้ามาดูแลแรงงานเมียนมาที่ทำงานในประเทศไทยและรับเรื่องราวร้องทุกข์จากแรงงานโดยไม่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ และไม่คำนึงถึงสถานะการเข้าเมืองของแรงงาน
    2. ขอให้รัฐบาลสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาดูแลให้แรงงานที่กลับไปยังประเทศสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้เข้าถึงสิทธิในด้านต่างๆ เช่นทางทะเบียนราษฎร์ ทางการศึกษา สุขภาพและอาชีวอนามัย และสิทธิพลเมือง
  9. ขอให้รัฐบาลประเทศไทยและรัฐบาลสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาปฏิบัติตามอนุสัญญา ILO 181 ว่าด้วยบริษัทจัดหางานเอกชน ตามมาตรา 7 บริษัทนายหน้าต้องไม่คิดค่าบริการใดๆ จากคนงานไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

ข้อเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย

  1. ขอให้กระทรวงมหาดไทยแก้ไขกฎระเบียบในการเดินทางของแรงงานข้ามชาติ รวมถึงกลุ่มผู้ไม่มีสถานะ ทางทะเบียน กลุ่มบุคคลบนพื้นที่สูง ให้มีเสรีภาพในการเดินทางเช่นเดียวกับแรงงานสัญชาติอื่น

ข้อเสนอต่อรัฐบาลประเทศไทย

  1. ขอให้รัฐบาลไทยมีนโยบายเปิดการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติรอบใหม่โดยเร็ว เพื่อให้แรงงานข้ามชาติที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนได้ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง โดยการจดทะเบียนแรงงานและการออกใบอนุญาตทำงานให้กำหนดช่วงระยะเวลาการดำเนินการไม่น้อยกว่า 4 เดือน รวมถึงลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาการจดทะเบียนต้องใช้เอกสารจำนวนมากและมีหลายขั้นตอน เสียค่าใช้จ่ายสูง
  2. ขอให้รัฐบาลไทยรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 สิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง และอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน
  3. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้พนักงานบริการ ผู้รับใช้ในบ้าน แรงงานนอกระบบ แรงงานในภาคเกษตรที่ไม่มีการจ้างงานกันตลอดทั้งปี เป็นอาชีพที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทุกฉบับ
  4. ขอให้รัฐบาลไทยแก้ไขพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ให้แรงงานข้ามชาติทำงานได้ทุกอาชีพตามความสามารถของตน และให้แรงงานข้ามชาติสามารถบอกเลิกสัญญาจ้างงานได้ตามระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด โดยไม่ต้องให้นายจ้างเดิมมาแจ้งออก และขยายระยะเวลาในการหานายจ้างใหม่เป็นเวลา 30 วัน รวมถึงขยายอายุของแรงงานข้ามชาติให้สามารถทำงานได้ถึงอายุ 60 ปี
  5. ขอให้รัฐบาลไทยเร่งออกกฎกระทรวงที่กำหนดให้แรงงานทุกอาชีพเข้าสู่ระบบประกันสังคมเพื่อให้แรงงานทุกคนทุกอาชีพเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และแก้ไขกฎหมายประกันสังคม ในกองทุนชราภาพ ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกที่จะรับเป็นบำเหน็จชราภาพ หรือ บำนาญชราภาพได้ โดยไม่กำหนดอายุของผู้ประกันตน
  6. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงสิทธิการพัฒนาฝีมือแรงงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีสิทธิได้รับประกาศนียบัตร และนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง

ข้อเสนอต่อรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

  1. ขอให้ทูตแรงงานสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย เข้ามาดูแลแรงงานเมียนมาที่ทำงานในประเทศไทยและรับเรื่องราวร้องทุกข์จากแรงงานโดยไม่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ และไม่คำนึงถึงสถานะการเข้าเมืองของแรงงาน
  2. ขอให้รัฐบาลสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาดูแลให้แรงงานที่กลับไปยังประเทศสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้เข้าถึงสิทธิในด้านต่างๆ เช่นทางทะเบียนราษฎร์ ทางการศึกษา สุขภาพและอาชีวอนามัย และสิทธิพลเมือง

ข้อเสนอต่อรัฐบาลประเทศไทย และรัฐบาลสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

  1. ขอให้รัฐบาลประเทศไทยและรัฐบาลสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาปฏิบัติตามอนุสัญญา ILO 181 ว่าด้วยบริษัทจัดหางานเอกชน ตามมาตรา 7 บริษัทนายหน้าต้องไม่คิดค่าบริการใดๆ จากคนงานไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการโดยเร่งด่วน

ขอแสดงความนับถือ

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ

มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์

มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา

มูลนิธิส่งเสริมโอกาสผู้หญิง (EMPOWER)

มูลนิธิ MPLUS

เครือข่ายปฏิบัติการผู้หญิงไทยใหญ่ (SWAN)

กลุ่มพลังเยาวชนไทใหญ่ (SYP)

สหพันธ์คนงานข้ามชาติ

กลุ่มแรงงานสามัคคี

สมาคมส่งเสริมสิทธิแรงงาน

สหภาพแรงงานอุตสากรรมสิ่งทอและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์

สหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์

เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ

กลุ่มคนรับงานมาทำที่บ้าน

ละครชุมชน “กั๊บไฟ”

เครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

กลุ่มแรงงานนอกระบบสันกำแพง

มูลนิธิการศึกษาประกายแสง

Add comment


Security code
Refresh

Lock full review www.8betting.co.uk 888 Bookmaker