ในช่วง ระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมา ประชาชนจากประเทศพม่าได้อพยพเข้ามายังประเทศไทย ด้วยความพยายามที่จะหลีกหนีจากความทารุณ และสภาพเศรษฐกิจอันเลวร้ายในบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง พวกเขาเข้ามาเพื่อแสวงหาอาชีพการงานรวมทั้งที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นบางคนก็เข้ามาด้วยความจำเป็นในการลี้ภัย แรง งานข้ามชาติพม่าเกือบทั้งหมดได้ส่งเงินรายได้จากการทำงานในประเทศไทยกลับไป จุนเจือครอบครัวและชุมชนของตนเองในประเทศพม่า อีกทั้งได้พยายามสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงแก่ครอบครัวที่อยู่ด้วยกันใน ประเทศไทย

  แต่รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าไม่ยอมรับรูปแบบการอพยพมายังประเทศไทย ในลักษณะนี้ของประชาชนชาวพม่า อีกทั้งในภายหลังรัฐบาลฯพม่ายังได้ปฏิเสธการจัดเตรียมเอกสารสำคัญสำหรับการ เดินทางออกจากประเทศพม่าหรือ การเดินทางเข้ามายังประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายอีกด้วย จึงส่งผลกระทบให้การอพยพข้ามเขตแดนมายังประเทศไทยรูปแบบนี้ไม่เป็นไปตามกฎ ระเบียบและ ทำให้แรงงานข้ามชาติเหล่านี้กลายเป็นบุคคลที่ไม่มีเอกสารยืนยันอย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้การคาดคะเนจำนวนแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่าที่อยู่อาศัยและ ประกอบอาชีพในประเทศไทยจึงเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ในปี พ.ศ.2547 (ค.ศ.2004) มีแรงงานข้ามชาติชาวพม่า 921,492 คน ในรายชื่อของแรง งานข้ามชาติที่ได้ลงทะเบียนสำหรับการอยู่อาศัยชั่วคราว ซึ่งจำนวนดังกล่าวเป็นสถิติที่มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลของปี อื่นๆ อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้อาจเป็นเพียงจำนวนหนึ่งในสี่  หรือหนึ่งในสาม ของจำนวนผู้อพยพทั้งหมดจากประเทศพม่าในประเทศไทยในขณะนั้น

 

ทาง รัฐบาลไทยได้มีนโยบายในการตอบรับสถานการณ์การอพยพข้ามแดนโดยปราศจากเอกสาร ใดๆดังกล่าวนี้ ด้วยการจัดให้มีระบบการลงทะเบียนคนต่างด้าวในปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ.1992) อย่างไรก็ตามนโยบายเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวหรือคนต่างด้าวนั้นเป็นนโยบายที่ ประกาศใช้เป็นรายปี(*1)  และ จะได้รับการพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาในแต่ละปีด้วย จากการที่มีนโยบายฯนี้ทำให้ แรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่าได้รับสิทธิ์ในการจดทะเบียนบัตรอนุญาตทำงานใน ประเทศไทย ในรายชื่ออาชีพที่ระบุไว้โดยเฉพาะและเป็นอาชีพประเภทใช้แรงงานตามอุตสาหกรรม ต่างๆ   ซึ่งให้สถานภาพทางกฎหมายเพียงครึ่งหนึ่งและเป็นแบบ ชั่วคราวแก่แรงงานฯ ผู้จดทะเบียน ทั้งนี้การคุ้มครองสิทธิแก่ผู้ถือบัตรอนุญาตทำงานดังกล่าวนั้นยังขาดความ มั่นคง  กล่าวคือแรงงานผู้ถือบัตรฯ สามารถสูญเสียสถานภาพได้ทันทีอย่างง่ายดายหากเปลี่ยนนายจ้าง, เปลี่ยนประเภทงาน, เดินทางออกนอกพื้นที่ที่จดทะเบียน หรือทำการฟ้องร้องนายจ้างผู้เอารัดเอาเปรียบแรงงาน

 

แรง งานข้ามชาติชาวพม่าต้องประสบกับความยากลำบากอย่างมหาศาลในประเทศไทยไม่ว่าจะ เป็น ความหวาดกลัวต่อการถูกจับกุม,กักขังและถูกส่งกลับ นอกจากนั้นสภาพการทำงานก็มีทั้งความเสี่ยง อันตรายและสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษซึ่งนายจ้างมักจะหลีกเลี่ยงที่จะปฏิบัติตาม กฎหมายรวมทั้ง จ่ายค่าแรงน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมาก  นอกจากนั้นแรงงานฯยังได้รับอุปสรรคต่างๆมากมายในการใช้สวัสดิการบริการทาง สุขภาพ  รวมถึงการถูกเลือกปฏิบัติจากสังคมไทย  อย่าง ไรก็ตาม แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ได้พยายามต่อสู้ปัญหาเหล่านี้ด้วยความวิริยะอุตสาหะ เพื่อปรับปรุงสถานการณ์ให้ดีขึ้นซึ่งจะไม่สามารถทำได้เลยภายในประเทศพม่า  นับตั้งแต่มูลนิธิแมพได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2539 (ค.ศ.1996)ทางมูลนิธิฯได้ร่วมกับชุมชนแรงงานข้ามชาติในการต่อสู้เพื่อความ ยุติธรรม  ซึ่งแรงงานฯได้ลุกขึ้นเรียกร้องการคุ้มครองสิทธิของตนเองมากขึ้นอย่างต่อ เนื่อง รวมทั้งการต่อสู้ให้ได้มาซึ่งการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของแรง งานฯเอง