"หยุดหนึ่งวันโดยได้รับค่าจ้าง (แรงงานที่ทำงานในบ้าน)"
 English
ข้อมูลทั่วไป
เกี่ยวกับแมพ
โครงการ CHE
โครงการ AAA
ทีม MSU
ข่าวและอัพเดท
ข่าว
นโยบายที่เกี่ยวแรงงาน
แถลงการณ์
ประกาศรับสมัครงาน
สื่อต่างๆ และบทความ
สื่อภาษาไทยและอังกฤษ
สื่อภาษาชาติพันธุ์
บทความและงานที่นำเสนอ
ภาพกิจกรรม
เครือข่าย
เครือข่ายของแมพ
link
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา






 

แถลงข่าว

เวทีเสวนาองค์กรพัฒนาเอกชน

ด.เด็ก เท่าเทียม

 

เครือข่ายสุขภาพและการพัฒนาร่วมกับเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านเด็กในจังหวัดเชียงใหม่ จัดเวทีเสวนาองค์กรพัฒนาเอกชน หรือ เอ็นจีโอฟอรั่มสัญจรขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2552 ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในหัวข้อ ด.เด็ก เท่าเทียมเวทีเสวนาว่าด้วย สิทธิเด็ก โดยมีวิทยากรร่วมเสวนาดังต่อไปนี้ คุณหลีแฮ มาเยอะ จากมูลนิธิอาสาพัฒนาเด็ก คุณเมธี ศรีพุธทา จากเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย ภาคเหนือตอนบน คุณหมวยผอง หวุ่นนะ จาก มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ คุณเกรียงไกร ไชยเมืองดี ผู้อำนวยการมูลนิธิรักษ์เด็ก ดำเนินการเสวนาโดย คุณสรรเสริญ ด้วงดี จากมูลนิธิไทย-ลาหู่

 

ในเวทีเสวนาคุณหลีแฮ มาเยอะ ตัวแทนเยาวชนจากมูลนิธิอาสาพัฒนาเด็ก ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ดำเนินงานให้การช่วยเหลือและพัฒนา เด็กเร่ร่อนในจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มก่อตั้งเมื่อต้นปี 2540 ทำงานร่วมกับเด็กและเยาวชนเร่ร่อนไม่มีคนดูแล เด็กขอทาน เด็กขายดอกไม้ เด็กชาวเขา อายุ 5-18 มีการให้ความรู้แก่เด็กในเรื่องเอชไอวี/เอดส์ และเพศ ได้ให้ข้อมูลว่า

 

ผมไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะครอบครัวยากจน ไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องเร่ขายดอกไม้อยู่แถวในเมือง ผมเห็นเด็กหลายคนที่เร่ร่อนเหมือนกัน จากนั้นผมได้รู้จักมูลนิธิอาสาพัฒนาเด็ก เด็กทุกคนไม่ว่าจากที่ไหนก็ไปได้ ไปอาบน้ำ ไปเล่นกิจกรรม เหมือนบ้าน ต่อมาผมมีโอกาสได้เรียนหนังสือโดยความช่วยเหลือจากมูลนิธิ ผมรู้จักเด็กหลายคนที่เค้าไปกับชาวต่างชาติเพื่อต้องการแลกกับเงิน ปัญหาของผมและเพื่อนๆ คือไม่มีบัตรประชาชน ทำให้เราไม่ได้เรียนหนังสือ และถึงแม้ว่าจะได้เรียนหนังสือก็ไม่แน่ใจว่าจะหางานทำได้หรือไม่ เพราะเราไม่มีบัตรคุณหลีแฮ กล่าว

 

คุณหมวยผอง หวุ่นนะ เรียนอยู่วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ตัวแทนเยาวชนจากมูลนิธิแมพ (MAP) ได้เริ่มพัฒนาจากกลุ่มของแรงงานที่สามารถเป็นล่ามแปลภาษาในโรงพยาบาลได้ และได้จัดการอบรมเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ และการศึกษาให้กับแรงงานในพื้นที่ โดยจะจัดในพื้นที่การก่อสร้างเป็นหลัก เมื่อแมพได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแรงงาน ประเด็นและปัญหาที่แรงงานเผชิญอยู่ก็ถูกเปิดเผย และกิจกรรมของแมพก็ได้ขยายขึ้นเพื่อรับผิดชอบและแก้ไขในประเด็นเหล่านั้น ในปี 2002 แมพได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิ โดยใช้ชื่อเป็นภาษาไทยว่า มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์แต่ก็ยังใช้ชื่อภาษาอังกฤษ คือ แมพอยู่ เพราะเป็นชื่อที่คุ้นเคยในชุมชนแรงงาน

 

ผลกระทบของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย ถ้าเป็นเด็กคือการไม่ได้เรียนหนังสือ ถ้าเป็นผู้ใหญ่จะเป็นปัญหาเรื่องการทำงาน และการเดินทางคุณหมวยผอง กล่าว

 

คุณเมธี ศรีพุธทา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนการทำงานกลุ่มและเครือข่ายเด็กได้รับผลกระทบจากเอชไอวีและเอดส์ในเขต 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย ภาคเหนือตอนบน ได้สะท้อนข้อเท็จจริง 10  ประการเกี่ยวกับเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ ดังนี้

1.    ลูกที่เกิดจากแม่ตั้งครรภ์ที่มีเชื้อเอชไอวีไม่ได้มีเชื้อเอชไอวีทุกคน

2.   การรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี เป็นการรักษาที่สามารถช่วยให้เด็กที่มีเชื้อเอชไอวีมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้น

3.    เด็กที่มีเชื้อเอชไอวีสามารถเรียนหนังสือและเติบโตมีชีวิตได้ตามปกติ

4.   ไม่มีใครติดเชื้อเอชไอวีจากเด็กที่มีเชื้อเอชไอวีจากการอยู่ร่วมกัน

5.   คุณจะไม่ติดวัณโรคจากการอยู่ร่วมกับเด็กที่มีเชื้อเอชไอวีที่ป่วยเป็นวัณโรคที่กินยามานานกว่า  2  สัปดาห์           

6.   ไม่มีความจำเป็นและไม่มีเหตุผลที่ต้องแยกเด็กที่มีเชื้อเอชไอวี ไปอยู่โรงเรียนเฉพาะ แยกจากเด็กทั่วไป

7.   การนำเด็กไปตรวจเลือดเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก หากการตรวจเลือดนั้นไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลประโยชน์ทางการรักษาของเด็ก

8.    ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบอกให้เด็กรู้ถึงผลเลือดหรือการติดเชื้อของตัวเอง เมื่อเด็กที่มีเชื้อเอชไอวีเติบโตเป็นวัยรุ่นด้วยเหตุผลเพียงว่าเด็กจะได้ไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่น เพราะนอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิเด็กแล้วยังไม่ได้เป็นวิธีการที่จะลดการแพร่ระบาดของเอดส์ได้อย่างแท้จริง

9.   ไม่มีความจำเป็นที่ต้องให้การดูแลเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์เป็นพิเศษมากกว่าเด็กทั่วไป

10.  เด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ มีศักยภาพในการเรียนรู้และรับรู้เหมือนเด็กทั่วไป และสามารถมีส่วนร่วมในการจัดการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง

เป้าหมายการทำงานของเครือข่ายฯ คือส่งเสริมให้เด็กได้รับผลกระทบฯ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการอยู่ร่วมในสังคม สถานการณ์ที่เจอปัจจุบันคือเด็กได้รับผลกระทบฯ ส่วนใหญ่ถูกละเมิดจากการที่ญาติพาไปตรวจหาเชื้อเอชไอวีโดยที่เด็กยังไม่มีความพร้อม ตอนนี้เรามีการพัฒนาคนทำงานของเราในเรื่องสิทธิเด็ก เพื่อไม่ให้ละเมิดสิทธิเด็กโดยไม่รู้ตัว

 

คุณเกรียงไกร ไชยเมืองดี ผู้อำนวยการมูลนิธิรักษ์เด็ก ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ที่มุ่งทำงานด้านเด็กและเยาวชนสตรี และครอบครัว เพื่อให้เด็กได้รับประโยชน์ที่สูงสุด โดยให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตาม อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เสริมทักษะชีวิต ปลูกฝังให้เด็กเป็นคนที่มีจิตใจดีงาม มีทัศนคติที่ดีต่อการดำรงชีวิต เสียสละเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่สังคม ประกอบกับการมีพัฒนาการด้านสติปัญญาและความรู้ ตั้งอยู่บนฐานของทักษะชีวิต ขณะเดียวกันก็ได้รับการเอื้ออำนวยจากบุคคลและสถาบันต่างๆ ที่ประสานงานกันอย่างเหนียวแน่นในสังคม

 

คุณเกรียงไกร ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของสิทธิเด็กว่า อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก  มีหลักการสำคัญ 4 ประการ

•     หนึ่ง ไม่เลือกปฏิบัติ ทุกเชื้อชาติ ศาสนา สถานะทางสังคม วรรณะ เพศ

•    สอง ต้องเป็นประโยชน์สูงสุดแก่เด็ก

•    สาม ทุกคนมีสิทธิที่จะมีชีวิตรอดแบบมีความสุขตามสมควร และสามารถพัฒนาตัวเองได้

•    สี่ สิทธิที่มีความคิดเห็นตามวุฒิภาวะ

 

รัฐมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องจัดสรรให้เด็กในประเทศไทยได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน 4 ประการดังกล่าวข้างต้น แต่จากสภาพความเป็นจริงแล้วดูเหมือนว่า เรากำลังพึ่งตัวเองอยู่โดยที่รัฐยังไม่ได้ทำบทบาทของตัวเองอย่างเต็มที่พอเพียงคุณเกรียงไกร กล่าว

 

ในช่วงท้ายของการเสวนา วิทยากรต่างร่วมกันเรียกร้องรัฐบาลให้ความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ดังนี้

 

คุณหลีแฮ มาเยอะ และ คุณหมวยผอง หวุ่นนะ เรียกร้องให้ช่วยเหลือเรื่องการมีบัตรประจำตัวประชาชน เพราะช่วยให้เด็กๆ เข้าถึงการศึกษา ผู้ใหญ่สามารถเข้าทำงานได้อย่างถูกกฏหมาย และลดอุปสรรคจากการเดินทางด้วย

 

คุณเมธี ศรีพุธทา เรียกร้องถึงการไม่แบ่งแยกสำหรับทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ต้องมีการสนับสนุนจากภาครัฐทั้งเรื่องบุคลากร งบประมาณ และนโยบาย เพื่อก่อให้เกิดการทำงานที่ยั่งยืน และเอื้อประโยชน์ให้กับทุกคนในประเทศไทย พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าหากองค์กรพัฒนาเอกชนไม่ลุกขึ้นมาจัดเวทีทำงานแบบนี้  โอกาสมีน้อยมากที่ภาครัฐจะลุกขึ้นมาจัดการกับปัญหาอย่างจริงจัง

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ดวงกมล ดอนชะอุม โทรศัพท์ 053 449055 ต่อ 101 อีเมล์ duangkamol@hdnet.org