ข้อเรียกร้องเนื่องในวันแรงงานข้ามชาติสากล 2560

เนื่องด้วยในวันที่ 18 ธันวาคม ของทุกปี ถือเป็นวัน “วันแรงงานข้ามชาติสากล” (International Migrants Day) เป็นวันที่องค์การสหประชาชาติได้จัดทำอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติและครอบครัว ค.ศ. 1990  เพื่อให้แรงงานข้ามชาติในประเทศต่างๆ ได้รับการคุ้มครองสิทธิทั้งสิทธิมนุษยชนและสิทธิเป็นแรงงาน ด้วยหลักการที่จะให้ทุกประเทศและทุกฝ่ายตระหนักถึงสิทธิของแรงงานข้ามชาติที่ต้องอพยพจากประเทศต้นทางไปทำงานยังประเทศปลายทางให้ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมจากรัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติด้วยความแตกต่างเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว และเพศสภาพใด ๆ 

ในโอกาสนี้ เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วย องค์กรที่ทำงานส่งเสริมสิทธิด้านแรงงาน กว่า 15 องค์กร นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่และตัวแทนคนงานในพื้นที่ ได้จัดการประชุมร่วมกันในวันที่ 17 ธันวาคม 2560 ณ. สำนักบริการวิชาการ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประเมินและพิจารณาถึงสถานการณ์ด้านแรงงานข้ามชาติภายในพื้นที่ภาคเหนือและพบว่ายังมีปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานและการเข้าถึงสิทธิตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด เช่น แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ  เวลาทำงาน  วันทำงาน วันหยุด วันลา ต่าง ๆ  การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด ก็ยังไม่ได้รับสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด  และมีปัญหาด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน การเข้าไม่ถึงระบบประกันสังคมเนื่องจากนายจ้างไม่ได้นำลูกจ้างขึ้นทะเบียนประกันสังคม  นอกจากนี้ยังพบว่าแรงงานข้ามชาติมีปัญหาในการรายงานตัว 90 วัน และการต่อวีซ่า ที่ต้องใช้เวลานาน ขั้นตอน และเอกสารที่ยุ่งยากต่อการดำเนินการ

            จากการประชุมเพื่อระดมปัญหาและข้อเสนอของกลุ่มคนทำงานและเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ กว่า 100 คน จึงมีข้อเรียกร้องมายัง รัฐบาลประเทศไทย และรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ดังนี้

ข้อเสนอต่อรัฐบาลประเทศไทย

  1. รัฐบาลไทยต้องดำเนินการให้แรงงานข้ามชาติได้ค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด ภายในปี 2561 โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศและลักษณะงานที่ทำ
  2. รัฐบาลไทยต้องมีนโยบาย  ระเบียบการปฎิบัติงานที่ชัดเจน และไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย โดยต้องมีขั้นตอนที่กระชับสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้
    1. การขึ้นทะเบียนแรงงานและการขอใบอนุญาตทำงาน
    2. การตรวจลงตราวีซ่าและการรายงานตัว ที่สามารถรายงานตัวกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ทุกพื้นที่
  3. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดนโยบายให้มีการขยายอายุการทำงานของแรงงานข้ามชาติ เป็น 60 ปี และขึ้นทะเบียน ผู้ติดตามให้กับแรงงานข้ามชาติที่มีอายุ55 ปีขึ้นไปที่ไม่สามารถทำงานได้และไม่สามารถกลับประเทศต้นทางได้
  4. ขอให้รัฐบาลไทยแก้ไขกฎระเบียบการซื้อบัตรประกันสุขภาพของผู้ติดตามที่มีอายุตั้งแต่ 7-18 ปี ให้ซื้อบัตรประกันสุขภาพได้ในราคาเท่ากับผู้ติดตามที่เป็นเด็ก
  5. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดระเบียบให้แรงงานข้ามชาติสามารถบอกเลิกสัญญาจ้างงานได้ตามระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด โดยไม่ต้องให้นายจ้างเดิมมาแจ้งออก และขยายระยะเวลาในการหานายจ้างใหม่เป็นเวลา 30 วัน
  6. ขอให้รัฐบาลไทยเร่งออกกฎกระทรวงที่กำหนดให้แรงงานทุกคน ทุกอาชีพเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และมีแนวทางในการตรวจสอบ ติดตามนายจ้างให้ดำเนินการขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้กับลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด
  7. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดนโยบายให้แรงงานข้ามชาติที่ถือเอกสารพาสปอร์ตทุกประเภทที่ยังไม่หมดอายุ สามารถต่อวีซ่าทำงานได้
  8. รัฐบาลไทยต้องไม่ใช้นโยบายการจัดโซนนิ่งกับแรงงานข้ามชาติในทุกระดับและทุกหน่วยงาน
  9. ขอให้รัฐบาลไทยแก้ไขพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว ให้แรงงานข้ามชาติทำงานได้ทุกอาชีพตามความสามารถของตน
  10. ขอให้รัฐบาลไทยจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ มากขึ้น ในภาษาที่แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าใจได้โดยง่าย
  11. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดนโยบายให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ ต้องให้บริการแก่แรงงานข้ามชาติด้วยความรวดเร็วและเป็นมิตร
  12. ขอให้รัฐบาลไทยรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว ฉบับที่ 98 สิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง และฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน
  13. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้พนักงานบริการ ผู้รับใช้ในบ้าน แรงงานนอกระบบ แรงงานในภาคเกษตรที่ไม่มีการจ้างงานกันตลอดทั้งปี เป็นอาชีพที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทุกฉบับ
    1. ขอให้สถานทูตและสถานกงศุลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ประจำประเทศไทย เพิ่มเติมบุคลากรในการให้ความช่วยเหลือเรื่องเอกสารต่างๆ กับแรงงาน
    2. ให้รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์มีนโยบายให้แรงงานชาวเมียนมาร์ที่ทำงานในประเทศไทยสามารถต่อบัตรประชาชนที่สถานทูตฯหรือสถานกงศุลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ในประเทศไทย

ข้อเสนอต่อรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการโดยเร่งด่วน

ขอแสดงความนับถือ

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ

มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์

มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา

มูลนิธิส่งเสริมโอกาสผู้หญิง (EMPOWER)

มูลนิธิ MPLUS

เครือข่ายปฏิบัติการผู้หญิงไทยใหญ่ (SWAN)

กลุ่มพลังเยาวชนไทใหญ่ (SYP)

สหพันธ์คนงานข้ามชาติ

กลุ่มแรงงานสามัคคี

สมาคมส่งเสริมสิทธิแรงงาน

สหภาพแรงงานอุตสากรรมสิ่งทอและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์

สหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์

ละครชุมชน “กั๊บไฟ”

เครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

กลุ่มแรงงานนอกระบบสันกำแพง

มูลนิธิการศึกษาประกายแสง