thefappeninggirls.com

ค่าจ้างที่ได้อยู่ ไม่ใช่ค่าจ้างที่อยู่ได้

MAPเผยผลวิจัย รายรับ-รายจ่ายแรงงานข้ามชาติในไทยกว่าครึ่งไม่รับตามค่าแรงขั้นต่ำ

เขียนโดย Super User on . Posted in Living Wages

มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์(MAP) นำเสนอข้อมูลจากงานวิจัย “รายรับ-รายจ่ายของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย และแรงงานในเมืองพะอาน ประเทศเมียนมาร์” พบรายจ่ายเกินรายรับ เกือบร้อยละ 50 ไม่ได้รับเงินตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

ตามที่กระทรวงแรงงาน โดยนายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้เผยถึงผลการสัมมนากรอบแนวทางและหลักเกณฑ์การพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2559 และกำหนดอัตราค่าจ้างที่เหมาะสมในสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2558 ว่า คณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ยังคงมีมติกำหนดให้คงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทเท่ากันทั่วทั้งประเทศไปจนถึงสิ้นปี 2558 ส่วนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2559 ยังไม่มีการพิจารณาว่าจะปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งมติบอร์ดค่าจ้างเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2557 ให้ปรับวิธีกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมาใช้แบบเดิมคือ การกำหนดตามพื้นที่จังหวัด โดยจะต้องมีความสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงและต้องคำนึงถึงค่าครองชีพแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ นอกจากนั้นกระทรวงฯ กำลังดำเนินการโครงการศึกษาวิจัยความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการใช้ระบบค่าจ้างแบบลอยตัวทั่วประเทศ โดยการศึกษาเปรียบเทียบค่าจ้างลอยตัวและวิเคราะห์แนวทางการกำหนดค่าจ้างที่เหมาะสมและเป็นไปได้ในการปรับใช้กับประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ที่โรงแรมอโมรา จ.เชียงใหม่ มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ (MAP) ได้นำเสนอผลงานวิจัย “รายรับ-รายจ่ายของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย และแรงงานในเมืองพะอาน ประเทศเมียนมาร์” ฉายภาพจริงของการจ่ายค่าแรงที่ละเมิดต่อกฎหมายแรงงาน ลดทอนสวัสดิภาพชีวิตของแรงงาน ซึ่งนำไปสู่การลดทอนศักยภาพทางการผลิตของภาคอุตสาหกรรม-ภาคเกษตรในประเทศนี้

  

สุชาติ ตระกูลหูทิพย์ ผู้ประสานงานโครงการสิทธิแรงงานและคณะกรรมการบริหารมูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ (แมพ) กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยในหลายส่วนภาคการผลิต เราพบข้อมูลที่น่าสนใจหลายประการ โดยเฉพาะในส่วนของรายรับและรายจ่ายของแรงงานข้ามชาติ รวมถึงเรื่องการได้ค่าแรงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

ในภาคธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งทำงานฉาบ ก่อ ขนหิน ขนทราย เทปูน ผสมปูน ฯลฯ ในการทำงานแต่ละประเภทส่งผลต่อค่าจ้าง การทำงานที่แตกต่างกัน คือถ้ามีความสามารถที่จะฉาบ ก่ออิฐได้จะเป็นแรงงานประเภทมีฝีมือ ค่าจ้างจะสูงขึ้นมาอีกนิกแต่ถ้าขนอิฐขนปูน เททราย ค่าจ้างจะน้อยกว่า ทั้งหมดนั้นโดยพื้นฐานทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน สัปดาห์ละ 7 วัน แต่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ไม่ได้ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง แต่ทำมากกว่านั้น ที่สำคัญทำงานเกิน 8 ชั่วโมงแล้วไม่ได้เงินค่าล่วงเวลา บางคนได้แต่ก็ได้ไม่ครบ จากสัดส่วนการเก็บข้อมูลพบว่าร้อยละ 68 ได้ค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายกำหนด แต่อีกร้อยละ 32 ไม่ได้ โดยเฉลี่ยกลุ่มหลังได้ประมาณ 200 กว่าบาทต่อวัน

อาชีพที่สองที่เราเก็บข้อมูลคือ แรงงานข้ามชาติภาคเกษตรกรรม ซึ่งทำงานประเภท ดูแลสวน (ดอกไม้-ผลไม้) ตัดหญ้า เก็บส้ม เฝ้าสวน ฯลฯ แรงงานในส่วนนี้ดูเหมือนจะเป็นลูกจ้างภาคการเกษตร แต่ในบางพื้นที่พบว่า ไม่ได้มีลักษณะเป็นลูกจ้าง แต่เป็นลักษณะของการดูแลครบวงจร ตั้งแต่เริ่มต้นเพาะปลูก ดูแล จนกระทั่งเกิดผล และเก็บผลผลิตไปขาย เช่น สวนดอกไม้ที่อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นแปลงเกษตรใหญ่

แรงงานข้ามชาติในภาคนี้ทำงานวันละ 8 ชั่วโมงต่อวัน อาทิตย์ละ 7 วัน ส่วนใหญ่จะไม่ได้ค่าจ้างขั้นต่ำที่ 300 บาท ซึ่งตรงนี้มาจากปัญหากฎหมายค่าจ้างของประเทศไทยด้วย คือ ภาคเกษตรกรรมมีการยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง 300 บาท ซึ่งเกษตรลักษณะที่ระบุไว้ คือ เกษตรตามฤดูกาลที่จ้างเป็นช่วงๆ แต่สิ่งที่เราพบ คือ ลูกจ้างภาคเกษตรเป็นลักษณะลูกจ้างรายปี ไม่ได้เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย แต่นายจ้างก็ยังจ่ายค่าจ้างไม่เต็ม โดยเฉลี่ยแรงงานภาคนี้ได้ค่าจ้าง 200 กว่าบาท มีเพียงร้อยละ 12 เท่านั้นที่ได้ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท

อาชีพที่เราเก็บข้อมูลส่วนที่ 3 คือ แรงงานภาคอุตสาหกรรม อาชีพที่อยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่เชียงใหม่อาจจะไม่ค่อยเห็น แต่ที่แม่สอดนั้นจะเห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอตัดเย็บเสื้อผ้า โดยปกติจะทำงาน  8 ชั่วโมง/วัน 7 วันต่อสัปดาห์ มีการทำงานล่วงเวลา 3-6 ชั่วโมง/วัน สัปดาห์ละ 6 วัน โดยส่วนใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 84 ไม่ได้ค่าจ้างขั้นต่ำ เพียงแค่ร้อยละ 16 เท่านั้นที่ได้รับ

“มีข้อมูลตัวหนึ่งที่คิดว่าน่าตกใจมาก คือ แรงงานทีแม่สอดได้รับค่าจ้างเพียง 150 บาท/วัน และเท่าที่ทราบมีเพียงสองโรงงานในพื้นที่แม่สอดที่จ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ อีกโรงงานที่จ่ายค่าจ้างขั้นต่ำปิดกิจการไปเปิดใหม่ และจ่ายค่าจ้าง 170 บาท/วัน โอทีก็ไม่ได้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้( 50 บาท/ชั่วโมง) จะได้แค่ 10 กว่าบาท บางที่เหมาจ่าย บางที่มีการให้ทำงานไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น มีการให้ทำงานเหมาเป็นชิ้น ซึ่งปัญหาที่ตามมา คือ แรงงานทำงานถึงสี่ทุ่มแต่ไม่ได้โอที เนื่องจากต้องทำงานให้ครบจำนวนที่บริษัทตั้งเป้าไว้ ซึ่งเรามีข้อมูลจากตัวบริษัทที่ใช้วิธีแบบนี้ โดยกำหนดไว้ว่า ต้องทำ 100 ตัวถึงจะได้ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่งกว่าแรงงานจะทำได้ร้อยตัวต้องทำถึงสี่ทุ่ม ตามกฎหมายทำงาน 8 ชั่วโมงต้องได้ค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว แต่นี่เขาทำ 14 ชั่วโมง ถ้านับเป็นโอทีต้องได้ไม่ต่ำกว่า 600 บาท นี่ได้เพียงแค่ 300 บาท ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแรงงาน”

ส่วนต่อไปคือ แรงงานในภาคบริการ ได้แก่ พวกพนักงานเสริฟอาหาร พนักงานเติมน้ำมัน พนักงานขายสินค้า พนักงานนวด พนักงานต้อนรับ รปภ. ฯลฯ เราพบว่า ปกติเขาทำงาน 8-9 ชั่วโมง/วัน สัปดาห์ละ 7 วัน OT วันละ 1-4 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 1-3 วัน แรงงานในภาคนี้ที่สำรวจพบว่าร้อยละ 70 ได้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน อีกร้อยละ 30 ไม่ได้ ค่าแรงในส่วนที่ไม่ได้อยู่ที่ประมาณ 200 บาทต่อวัน

ส่วนต่อมา คือ อาชีพแม่บ้าน ทำงานจำพวก ปัดกวาด เช็ดถู ล้างห้องน้ำ ซักผ้า  เก็บขยะ ทาสี ต่อน้ำประปา ดูแลคนแก่ เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ฯลฯ ตอนเก็บข้อมูลเขาบอกเราว่าทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่พอจัดเวทีคุยกันพบว่า เขาไม่ได้ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เนื่องจากเขาจะถูกเรียกใช้งานอยู่ตลอดเวลาถ้าพักอยู่กับนายจ้าง ยกเว้นคนที่พักอยู่ด้านนอกมีแนวโน้มที่จะทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เท่าที่ได้ข้อมูลพบว่าครึ่งต่อครึ่งที่ได้ค่าจ้างขั้นต่ำและไม่ได้ ที่ไม่ได้ก็จะเฉลี่ยอยู่ที่ 200-250 บาทต่อวัน แต่ในส่วนที่ได้ไม่ถึงค่าแรงขั้นต่ำนั้นพักอยู่กินกับนายจ้างจึงทำให้เขาอยู่ได้

ถ้าเราดูภาพรวมจากการเก็บข้อมูลทั้งหมด จะพบว่า ร้อยละ 40  กว่าไม่ได้ค่าจ้างขั้นต่ำ ที่ได้ค่าจ้างขั้นต่ำประมาณร้อยละ 59

เมื่อมาดูที่รายรับของแรงงาน พบว่ารายได้มาจากสามส่วน  หนึ่ง มาจากอาชีพที่ตนเองทำ  สอง มาจากเงินพิเศษ เช่นทิปสาม มาจากการทำงานอื่นนอกจากอาชีพของตนเอง (รายได้เสริมที่ไปทำกันในอาชีพอื่น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย) รวมทั้งหมด รายรับของแรงงานข้ามชาติโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5000-12000 บาท

ส่วนรายจ่ายนั้นมีจำนวนมาก อันแรก ค่าปรับจากการทำผิดของตนเอง ซึ่งไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดกฎหมาย หรือกฎหมายทำให้ผิด เช่น การขับรถมอเตอร์ไซต์ คนที่ถือบัตรสิบปีทำใบขับขี่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นโดนตำรวจเรียกกี่รอบก็ต้องจ่ายค่าปรับทุกรอบเพราะผิด แต่ถามว่าจะทำให้ถูกได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ เพราะกฎหมายห้ามไว้ บางคนให้สัมภาษณ์ว่าจ่ายเงินส่วนนี้เป็นรายอาทิตย์

อันต่อมาค่าเพิ่มสถานที่ทำงาน ครั้งละ 1000 บาท อันนี้เป็นข้อจำกัดตามระเบียบ เช่น งานก่อสร้าง ถ้าสร้างบ้านหลังหนึ่งเสร็จ นายจ้างต้องไปเพิ่มพื้นที่ทำงาน ซึ่งแรงงานต้องจ่ายเงินส่วนนี้เองนายจ้างไม่จ่าย

รายจ่ายด้านอื่นๆ ได้แก่ ค่าประกันสังคม ค่าส่งเงินกลับไปที่บ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเรียนของลูก ค่าที่พัก ค่าเสื้อผ้า ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าส่งรถ ค่าวีซ่า ค่าในอนุญาตทำงาน ค่ารายงานตัว

อันนี้เป็นค่าใช้จ่ายเบื้องต้น ซึ่งในความเป็นจริงอาจมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เรามีข้อสรุปจากการคุยกับแรงงาน คือ แรงงานข้ามชาติมีรายรับน้อยกว่ารายจ่าย ซึ่งถ้าไม่พอใช้แรงงานข้ามชาติหาทางออกโดยการ หนึ่ง หารายได้เสริมจากการทำงานอื่นเพิ่ม(ซึ่งผิดกฎหมาย) สอง ลดค่าใช้จ่าย ตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าเหล้า เบียร์ บุหรี่ ฯลฯ บางรายเก็บผักบุ้งตามที่สาธารณะมาประกอบอาหารเพื่อลดค่าใช้จ่าย สาม ใช้เงินอนาคต เช่น เบิกล่วงหน้าจากนายจ้าง แต่ก็ต้องทำงานใช้หนี้คืน และสี่กู้ยืมจากญาติพี่น้อง หรือเพื่อน บางคนก็กู้เงินจากภายนอกยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูง

“เราถามด้วยว่าในอนาคตจะทำอย่างไร พวกเขาตอบว่า ต้องการให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ  มีการรวมกลุ่มเพื่อเกิดการเจรจาต่อรองกับนายจ้างเพื่อปรับค่าจ้าง หรือแม้แต่ต่อรองกับรัฐบาลไทยเพื่อให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หรือดูแลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบังคับให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ และที่สำคัญคือตัวเขาเองต้องศึกษาเรื่องสิทธิของตนเอง”.

 

แหล่งข่าว: 
ประชาธรรม

 

Lock full review www.8betting.co.uk 888 Bookmaker