ข้อเรียกร้องเนื่องในวันกรรมกรสากล 2019


ด้วยวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันกรรมกรสากล” ซึ่งเป็นวันที่คนทำงานทั่วโลกได้รำลึกถึงการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมของคนทำงาน เป็นการยกย่องและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของคนทำงานในทุกสาขาอาชีพ สิทธิอันชอบธรรมที่คนทำงานสมควรได้รับในฐานะมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับประชาชนกลุ่มอื่น ๆในฐานะที่คนทำงานเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้าและทัดเทียมกับนานาประเทศ


แต่กลับพบว่าแรงงาน ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังประสบปัญหาอยู่ ลักษณะการจ้างงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เปลี่ยนลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างลูกจ้าง กฏหมายเดิมที่มีอยู่ไม่สอดคล้องกับสภาพการจ้างงานในปัจจุบัน และรูปแบบที่มีความหลากหลายมากขึ้น ตลอดจนประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
ในโอกาสนี้ เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วย องค์กรที่ทำงานด้านส่งเสริมสิทธิด้านแรงงาน กว่า 15 องค์กร นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนคนทำงานงานทุกสาขาอาชีพในพื้นที่ ได้ประเมินและพิจารณาถึงสถานการณ์ด้านแรงงานภายในพื้นที่ภาคเหนือ และพบว่า

 

1. แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของภาคเหนือยังคงมีปัญหาในเรื่องรายได้เนื่องจากอยู่ในสถานการณ์ที่ค่าจ้างไม่มากนักส่วนใหญ่อยู่ในฐานค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งก็แทบไม่พอในการดูแลตัวเองนายจ้างตัดลดสวัสดิการต่าง ๆ และอุปสรรคในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน และไม่มีส่วนร่วมในคณะกรรมการไตรภาคีชุดต่างๆ

2. คนงานทำงานบ้านยังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน คนงานทำงานบ้านและคนทำงานในภาคเกษตรกรรมไม่สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคม รวมถึงไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี เป็นต้น

3. แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับสิทธิเฉกเช่นแรงงานทั่วไปตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด เช่น ไม่ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ไม่มีวันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุดและวันลาตามที่กฎหมายกำหนด ต้องทำงานล่วงเวลาโดยไม่สมัครใจ และเข้าไม่ถึงระบบประกันสังคม เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องอาชีพ และเอกสารที่ใช้ในการขึ้นทะเบียน นายจ้างบางรายไม่ได้นำลูกจ้างไปขึ้นทะเบียนประกันสังคม และคนงานส่วนที่เข้าสู่ระบบประกันสังคมก็ยังมีปัญหาการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ เช่น การใช้สิทธิในกองทุนว่างงาน ทุพลภาพ และกรณีการรับเงินบำเหน็จชราภาพ

4. มีการเลือกปฏิบัติในการจ่ายค่าจ้างระหว่างแรงงานหญิงและแรงงานชาย

5. แรงงานในภาคบริการยังคงถูกเลือกปฏิบัติและตีตราจากสังคม ด้วยเหตุผลของความแตกต่างทางเพศ ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพเฉกเช่นแรงงานทั่วไป

6. เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา และส่งเสริมให้เห็นถึงคุณค่าความสำคัญของคนทำงาน เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ร่วมกับคนทำงานทุกสาขาอาชีพจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการดังต่อไปนี้

ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย

1. ขอให้รัฐบาลไทยรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และเร่งดำเนินการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง และอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน เพื่อส่งเสริมสิทธิของคนงานทำงานบ้าน

2. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้พนักงานบริการ คนงานทำงานบ้าน แรงงานนอกระบบ แรงงานในภาคเกษตรที่ไม่มีการจ้างงานกันตลอดทั้งปี เป็นอาชีพที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทุกฉบับ โดยไม่เลือกปฏิบัติ

3. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้การแก้ไขปัญหาด้านแรงงานข้ามชาติเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านแรงงานอย่างแท้จริงไม่ใช่มองปัญหาของแรงงานข้ามชาติเป็นปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศ และต้องส่งเสริมให้แรงงานข้ามชาติมีความมั่นคงในการทำงาน

4. เพื่อเป็นการลดอคติและสร้างทัศนคติที่ดีต่อแรงงานข้ามชาติในสังคมไทย ขอให้รัฐบาลแก้ไขคำว่า “แรงงานต่างด้าว” ในกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็น “แรงงานข้ามชาติ”

5. ขอให้รัฐบาลไทยมีแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติในปี 2563 โดยให้มีการกำหนดวิธีการ ขั้นตอนการดำเนินการที่สั้น ง่าย ใช้เอกสารน้อย ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง และประกาศกำหนดระยะเวลาล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน

6. ขอให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลประเทศต้นทางปฏิบัติตามอนุสัญญา ILO 181 ว่าด้วยบริษัทจัดหางานเอกชน ตามมาตรา 7 บริษัทนายหน้าต้องไม่คิดค่าบริการใดๆ จากคนงานไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

7. ขอให้รัฐบาลไทย ออกเอกสารประจำตัวให้กับแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศพม่าที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อให้แรงงานกลุ่มนี้สามารถอยู่ในประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง

8. ขอให้รัฐบาลไทยออกนโยบายให้แรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม สามารถทำงานได้ทุกอาชีพตามความสามารถของตน และขยายอายุของแรงงานข้ามชาติให้สามารถทำงานได้ถึงอายุ 60 ปี

9. ขอให้รัฐบาลไทยมีนโยบายให้กลุ่มแรงงานที่ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เลขหัว 6, 7, 0 ให้สามารถเดินทางได้ทั่วประเทศโดยไม่ต้องขออนุญาตออกนอกพื้นที่

10. ขอให้รัฐบาลไทยออกนโยบายให้แรงงานข้ามชาติที่ถือเอกสารซีไอสามารถทำใบขับขี่ได้

11. ขอให้รัฐบาลไทยเปิดขึ้นทะเบียนผู้ติดตามเด็กที่ไม่ได้เกิดในประเทศไทย รวมทั้งผู้ติดตามที่เป็นผู้สูงอายุ

12. ขอให้รัฐบาลไทยมีนโยบายให้ทุกหน่วยงานของรัฐที่ให้บริการในด้านต่าง ๆ แก่แรงงานข้ามชาติ จัดให้มีล่ามแปลภาษาต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่แรงงานข้ามชาติที่เข้ามาใช้บริการหรือร้องเรียน

13. ขอให้กระทรวงแรงงานมีนโยบายให้สามารถจ้างงานเยาวชนนักเรียนข้ามชาติที่มีอายุระหว่าง 15-18 ปี ทำงานในช่วงระหว่างปิดเทอมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีงานทำ มีรายได้ และได้มีประสบการณ์ในการทำงานและเรียนรู้สังคมมากขึ้น

14 ขอให้สำนักงานประกันสังคมแก้ไขระเบียบการจ่ายเงินประกันสังคมใน 3 กรณี ดังนี้

- สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ให้จ่ายตั้งแต่วันแรกที่ว่างงานจนถึงวันก่อนที่จะได้งานทำใหม่

- สิทธิประโยชน์กรณีทุพลภาพ ให้จ่ายเงินชดเชยเป็นก้อนครั้งเดียว

- สิทธิประโยชน์กรณีกองทุนชราภาพให้แก้ไข กฤษฎีกา ให้แรงงานข้ามชาติที่มีความประสงค์ที่จะกลับประเทศต้นทางและไม่ประสงค์ที่จะพำนักในประเทศไทยอีกต่อไปสามารถยื่นรับเงินจากทุนชราภาพทั้งก้อนได้ทันที

 

ข้อเรียกร้องต่อกระทรวงแรงงาน

1. คณะกรรมการค่าจ้างต้องนำหลักการการคำนวณค่าจ้างที่เป็นธรรมตามมาตรฐานแรงงานสากล มาใช้เป็นหลักการการคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันสภาวะค่าครองชีพที่มากขึ้น อัตราค่าจ้างขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่า 450 บาทต่อวัน เพื่อให้สามารถเลี้ยงดูตนเองและคนในครอบครัวได้อย่างน้อยสามคน

2. ให้กระทรวงแรงงานจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพของคนงาน ในประเด็นสิทธิการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรอง โดยไม่เลือกปฏิบัติโดยเชื้อชาติ และสัญชาติ

3. ขอให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้ารับการพัฒนาฝีมือแรงงาน และได้รับประกาศนียบัตร เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพและปรับอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน

 

ข้อเรียกร้องต่อสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

1. ขอให้รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาดูแลให้แรงงานข้ามชาติที่กลับไปยังประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้เข้าถึงสิทธิในด้านต่างๆ เช่นทางทะเบียนราษฎร์ ทางการศึกษา สุขภาพและอาชีวอนามัย และสิทธิพลเมือง

2. ขอให้รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ยอมรับเอกสารซีไอ โดยให้สามารถใช้เป็นหลักฐานในการทำบัตรประชาชนเมียนมา สามารถเพิ่มชื่อในสำมะโนครัว รวมถึงมีนโยบายให้สถานฑูต และสถานกงสุลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย สามารถทำพาสปอร์ต PJ ออกหนังสือรับรองความเป็นโสดของประชาชนเมียนมา และทำบัตรประชาชนได้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมาที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย


จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการโดยเร่งด่วน
ขอแสดงความนับถือ
เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ