Joint-Statement

 

พวกเรา ซึ่งประกอบด้วยองค์กรที่ร่วมลงนามข้างท้ายนี้ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อการกวาดจับแรงงานข้ามชาติจากประเทศเมียนมาร์ซึ่งไม่มีเอกสารและอาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะแรงงานที่เป็นชนกลุ่มน้อยเชิงชาติพันธุ์และศาสนาซึ่งมีความเปราะบางและเสี่ยงต่อการถูกประหัติประหารหากถูกผลักดันกลับไปยังประเทศต้นทาง


ทั้งสำนักข่าวบางกอกโพสต์ และ เดอะ เนชั่น ได้รายงานว่าเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 เจ้าหน้าที่ไทยได้ปฎิบัติการกวาดจับและส่งกลับแรงงานข้ามชาติทั่วประเทศที่ยังไม่ได้ดำเนินการลงทะเบียนเพื่อจัดทำเอกสารประจำตัว โดยมีกำหนดเส้นตายเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ซึ่งเป็นไปตามการเริ่มบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ทั้งนี้ หากถูกจับกุม แรงงานข้ามชาติซึ่งไม่มีเอกสารจะต้องโทษปรับ ถูกผลักดันกลับไปยังประเทศต้นทาง และห้ามขออนุญาตเข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นเวลา 2 ปี แม้ว่าพระราชกำหนดจะมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งปราบปรามการค้ามนุษย์ แต่มาตรการที่เกิดขึ้นเหล่านี้กลับก่อให้เกิดผลกระทบทางลบมากกว่าประโยชน์ต่อการขจัดการค้ามนุษย์ เนื่องจากการกวาดจับนี้เป็นการผลักดันบุคคลที่เปราะบางและขาดโอกาสอยู่แล้วต้องถูกจำกัดช่องทางในการหางานทำในประเทศไทยยิ่งขึ้นไปอีก


ในอดีต การกวาดล้างแรงงานข้ามชาติซึ่งไม่มีเอกสารในประเทศไทยก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิต่าง ๆ ตามมามากมาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงและเด็ก เมื่อแรงงานข้ามชาติจำนวนมากถูกกวาดล้างเนื่องเพราะไม่มีเอกสาร แรงงานเหล่านี้ และครอบครัวต้องเผชิญกับสภาวะบอบช้ำทางจิตใจ ความรู้สึกไม่ปลอดภัย และสูญเสียโอกาสในการดำรงชีวิต นอกจากนี้ มาตรการการกวาดล้างยังก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อกลุ่มนายจ้างและเศรษฐกิจไทยซึ่งมีความจำเป็นต้องพึ่งพากำลังคนของกลุ่มแรงงานข้ามชาติอย่างมาก ในหลายกรณี การผลักดันแรงงานข้ามชาติกลับไปยังประเทศพม่าซึ่งยังมีสถานการณ์เสี่ยงอยู่ในขณะนี้ ยังเข้าข่ายเป็นการละเมิดหลักการห้ามผลักดันไปเผชิญอันตราย (Non-Refoulement) ซึ่งประเทศไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตามหลักกฎหมายสากล


พวกเราขอเรียกร้องให้เจ้าหน้ารัฐทบทวนปฎิบัติการกวาดจับครั้งนี้ และขอวิงวอนให้รัฐบาลไทยหยุดยั้งการผลักดันชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์และศาสนาซึ่งถูกกดขี่ต้องกลับไปยังประเทศพม่าและเผชิญกับสภาวการณ์เช่นเดิม ซึ่งเป็นแรงผลักให้คนเหล่านี้ต้องทิ้งประเทศตนเองตั้งแต่ต้น โดยเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติ พวกเราขอเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย ดังนี้

 

  • - หารือกับกลุ่มต่างๆ ที่ทำงานเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ ในการพัฒนากระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติให้มีความโปร่งใส มีค่าใช้จ่ายไม่สูง และเปิดกว้างอันจะทำให้แรงงานข้ามชาติทุกกกลุ่มสามารถจดทะเบียนเพื่อมีเอกสารสำคัญได้ และเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน
  • - ใช้กระบวนการคัดกรองเพื่อระบุหากลุ่มคนที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนตามนโยบายที่ผ่านมาได้โดยที่ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาเอง
  • - มีความยืดหยุ่นและงดเว้นการลงโทษกลุ่มแรงงานข้ามชาติซึ่งไม่มีเอกสารอันเนื่องมาจากการถูกทำให้เป็นบุคคลไร้สัญชาติในประเทศพม่า เช่น กลุ่มคนมุสลิมจากประเทศพม่า กลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกบีบบังคับจากสถานการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศพม่าให้ต้องออกจากพื้นที่ของตน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเปราะบางและเสี่ยงตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ได้
  • - ออกมาตรการที่จำเป็นในการป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้หญิง และออกมาตรการเพื่อรับประกันว่าเด็กจะไม่ถูกกักขังไว้ในสถานกักตัวหรือถูกแยกออกจากพ่อแม่
  • - พวกเราเชื่อมั่นว่าไม่มีมนุษย์คนใดเป็นคนผิดกฎหมาย การทำให้บุคคลเป็นอาชญากรเพียงเพราะว่าการไม่มีเอกสารเป็นการกระทำซ้ำต่อกลุ่มคนชายขอบ และเป็นการเพิ่มความรู้สึกไม่ปลอดภัยให้กับทั้งตัวบุคคลนั้นเองและต่อประเทศผู้รับ พวกเราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยรับมือกับความจริงข้อนี้โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม และธำรงไว้ซึ่งพันธกรณีระหว่างประเทศ และภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะประเทศที่มีการปราบปรามการค้ามนุษย์และการจัดการประชากรข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
Brahm Press, Executive Director, MAP Foundation: +66 89 850 1715
Kyaw Win, Executive Director, BHRN: +44 740 345 2378

ร่วมลงนามโดย:
1. BEAM Education Foundation
2. Burma Human Rights Network (BHRN)
3. Foundation for Education and Development (FED)
4. Human Rights and Development Foundation (HRDF)
5. Karen Development and Service Foundation (KDSF)
6. MAP Foundation
7. Shan Women’s Action Network (SWAN)
8. Women’s League of Burma (WLB)